ประเทศฝรั่งเศส ไม่อนุญาติให้ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับผักและผลไม้



- รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศห้ามขายผักและผลไม้ที่บรรจุด้วยพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว ตามกฏหมายที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจแบบหมุนเวียนภายในปี พ.ศ.2583

- กฏหมายนี้ได้ผ่านการโหวตให้มีผลบังคับใช้ช่วงต้น ปี พ.ศ.2563 โดยเฟสแรกเริ่มจากการห้ามขาย ช้อน ส้อม แก้ว จาน ที่ใช้แล้วทิ้ง ก่อนที่จะมีการขยายผลบังคับใช้กับ หลอดพลาสติก กล่องพลาสติก และฝาปิดถ้วยแบบพกพา

- ทางรัฐบาลได้มีการออกกฏหมายสั่งห้ามการใช้ บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับผักและผลไม้ ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม ซึ่งมีผลการบังคับใช้ เดือนมกราคมปี 2565 โดยจะทยอยปรับใช้จนถึง เดือนมิถุนายนปี 2569 เพื่อให้ผู้ผลิตได้มีเวลาในการปรับตัวและทางรัฐยังได้อนุญาติให้สต็อกสินค้าได้ไม่เกินระยะเวลา 6 เดือน

- กฏหมายนี้มีข้อยกเว้น 2 ข้อคือ

1) ผักหรือผลไม้ที่ขายในปริมาณมากกว่า 1.5 กิโลกรัม

2) ผักหรือผลไม้ที่มีความเสี่ยงต่อการเน่าเสีย ยกตัวอย่างเช่น ราสเบอร์รี่ สตรอร์วเบอร์รี่ ลูกเกดและบลูเบอร์รี่ หรือผลไม้ที่มีการเก็บตอนใกล้เวลาสุกงอม

- ทางรัฐบาลฝรั่งเศสคาดการณ์ว่ากฏหมายนี้จะส่งผลต่อปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่ลลงกว่า 1 พันล้านชิ้นต่อปี ปัจจุบันคาดการณ์ว่า ผักและผลไม้กว่า 37% ถูกบรรจุด้วยบรรจุภัณฑ์พลาสติก

- รัฐบาลได้ออกโรงสนับสนุนการ Re-Use และส่งเสริมการนำภาชนะใช้ซ้ำเข้ามายังร้านค้าปลีกเพื่อซื้อสินค้า

- รัฐบาลฝรั่งเศสนั้นยังตั้งเป้าที่จะขายผักและผลไม้กว่า 20 % แบบบรรจุในบรรจุภัณฑ์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เพิ่มเติมจากเป้าหมายการ Re-Use บรรจุภัณฑ์กว่า5 % ในปี พ.ศ. 2566 และ 10% ในปี พ.ศ. 2570

- การเปลี่ยนแปลงกฏหมายเพิ่มเติม เพื่อการลดขยะ ในปี พ.ศ. 2565 รวมไปถึง พลาสติกบรรจุชาที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ และรวมถึงถุงชาสมุนไพรที่จะถูกถอนออกจากชั้นวางในห้างค้าปลีก

- อุตสาหกรรมร้านอาหารจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมการใช้ จานใช้ซ้ำและยกเลิกการใช้จานแบบใช้แล้วทิ้ง

โพสต์ดีเด่น
โพสต์ล่าสุด