อนาคตของการพิมพ์ดิจิทัลสำหรับบรรจุภัณฑ์


เนื่องจากความสามารถในการพิมพ์ที่ยืดหยุ่นปรับแต่งได้ตามต้องการ สามารถพิมพ์จำนวนน้อยได้ในเวลาไม่นาน ทำให้การพิมพ์แบบดิจิทัลสำหรับบรรจุภัณฑ์มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

การพิมพ์ดิจิทัลสำหรับบรรจุภัณฑ์คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดเพิ่มเป็นสองเท่า เนื่องจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ เช่นกล่องกระดาษแข็งและกระดาษลูกฟูก บรรจุภัณฑ์อ่อนตัวและบรรจุภัณฑ์คงรูปได้หันมาใช้ฉลากที่พิมพ์ด้วยการพิมพ์แบบดิจิทัลอย่างกว้างขวาง

เร็วๆนี้ทาง Smithers Pira ได้ตีพิมพ์ข้อมูลการพิมพ์ดิจิทัลสำหรับบรรจุภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกาปี ค.ศ.2019 สรุปได้ใจความดังนี้

ปี ค.ศ.2019 ตลาดบรรจุภัณฑ์และฉลากพิมพ์ด้วยระบบดิจิทัลจะมีมูลค่ารวม 18.9พันล้านเหรียญสหรัฐเทียบเท่ากับการพิมพ์กระดาษขนาด A4 จำนวน 206 พันล้านแผ่น หรือปริมาณการผลิตรวมเท่ากับ 2.54 ล้านตัน ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าทั้งปริมาณและมูลค่าในช่วง 5 ปี โดยปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 255%

คาดการณ์ว่ามูลค่าการพิมพ์ทั่วโลกจนถึงปี ค.ศ. 2024 จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10.9% ในขณะที่ปริมาณการขยายตัว 13.1% เป็นการสนับสนุนอย่างดีว่าต้นการผลิตจะลดลง เมื่อเกิดการขยายตัวของตลาด ผลของการเติบโตดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์ในการพิมพ์

มีหลายเหตุผลที่ผู้ประกอบการหลายรายเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล เนื่องจากการพิมพ์ดิจิทัลประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ แม้ว่าจะสั่งผลิตปริมาณน้อยและยืดหยุ่นมากกว่าในกรณีที่มีสินค้าหลากหลาย ทำให้ผู้ผลิตสามารถนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นกับผู้บริโภค

แม้ว่าจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ปริมาณฉลากและบรรจุภัณฑ์ที่พิมพ์โดยระบบดิจิทัลมีเพียง 1.86% ของจำนวนฉลากและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งยังคงมีสัดส่วนที่น้อยมากในตลาดบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2019 การพิมพ์บรรจุภัณฑ์ด้วยระบบดิจิทัลคิดเป็นสัดส่วนเพียง 6.38% ของตลาดการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ เนื่องจากยังมีการใช้งานไม่มาก จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงเป็นที่น่าจับตามองของผู้ผลิตสินค้า ร้านค้าปลีก ผู้พิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถใช้ในการพิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆ เช่นกล่องกระดาษแข็ง กระดาษลูกฟูก บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว บรรจุภัณฑ์กึ่งคงรูป และตกแต่งกระป๋องโลหะ

โพสต์ดีเด่น
โพสต์ล่าสุด
Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square